Home
เอ็ม-ซายน์ พลัส เสริมอาหารโปรไบโอติคเอนไซม์ เอนไซม์เสริมบำบัดสุขภาพ | ไบร์ท อะโรม่า ออยล์ : ช่วยให้สดชื่น กระตุ้นการตื่นตัว หอมเย็นชื่นใจ
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับเรา
facebook
 
 
ไบร์ท ไบโอติค
เสริมอาหารโปรไบโอติคเอ็นไซม์
สมุนไพรบำรุงและดูแลสุขภาพ
อะโรม่าบำบัด
Bright-biotic 12th
เอ็ม-ซายน์
เสียงดังในหู ไบร์ท พลัส
ไบร์ท พลัส
Bright Aroma oil

สุขภาพซ่อมได้

 

เพิ่มเพื่อน

   ขอบคุณที่สั่งซื้อสินค้าและสนับสนุนสินค้าไทย :: สินค้าทั้งหมดภายในร้านนี้เป็นสินค้าที่ผลิตภายในประเทศไทย และมีบางผลิตภัณฑ์ของเราเป็นสินค้า ที่ส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศคือ สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น และเกาหลี ได้แก่ เอ็ม-ซายน์ พลัส ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรไบโอติคเอนไซม์ คุณจึงมั่นใจใน คุณภาพดีเยี่ยมเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศมานานกว่า 10 ปี ปลอดภัยด้วยการผลิตทางวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย เอ็ม-ซายน์ พลัส คือ ผลิตภัณฑ์เพื่อการบำบัด ฟื้นฟู และเสริมสร้างความแข็งแรง ของสุขภาพด้วยการใช้เอนไซม์ในการบำบัดตามหลักทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง

 
 

เมื่อเอ็นไซม์ลดลงอะไรจะเกิดขึ้นกับร่างกาย...ภัยเงียบที่ทำให้มนุษย์เสียชีวิตมากที่สุด


เลือดในร่างกาย
     มีคำกล่าวทางการแพทย์ว่า “ ถ้าเลือดดี ร่างกายก็แข็งแรง” เซลล์ในร่างกายเราเสื่อมสภาพและตายลงทุกวัน เซลล์เม็ดเลือดขาวมีอายุ
9 ช.ม. ถึง 2 วัน เซลล์เม็ด เลือดแดง 120 วัน เป็นต้น เมื่อเซลล์ตายลงก็จะถูกขนส่งไปทิ้งที่ไตเพื่อรอการขับทิ้ง ถ้าเส้นเลือดหรือระบบ ขนส่งของเรามีไขมันไปเกาะไขมันมีความเหนี่ยวทำให้ซากเซลล์ที่ตายแล้วลอยไปติดและสะสมพอกพูนทำให้การไหลเวียนของโลหิตไม่ สมบูรณ์ การเดินทางของเซลล์เม็ดเลือดแดงไม่สะดวก ผลทำให้เซลล์ในอวัยวะต่างๆได้รับสารอาหาร และออกซิเจนไม่เพียงพอต่อการใช้ งานอวัยวะเลยอ่อนแอ เป็นสาเหตุให้หัวใจต้องทำงานหนักเพื่อ สูบฉีดโลหิตให้ได้ปริมาณตามที่อวัยวะนั้นๆต้องการเป็นผลให้หลอดเลือด ขยายตัวและมีแรงดันสูงขึ้นจึงเกิดความดันโลหิต สูง ถ้าหัวใจต้องทำงานหนักอย่านี้ประจำสิ่งที่ตามมา คือปัญหาของหัวใจไม่ปกติ (โรคหัวใจ) โดยธรรมชาติร่างกายจะมี เอนไซม์ไลเปสไว้ย่อยไขมัน ถ้ามีเอนไซม์ไลเปสจำนวนมากพอในกระแสเลือดก็จะไม่มีไขมันสะสมหรือเกาะ ติดผนัง หลอดเลือด

น้ำตาลเป็นพลังงานที่ร่างกายต้องใช้โดยเฉพาะสมอง น้ำตาลในปริมาณที่เหมาะสมช่วยให้ร่างกายสดชื่นกระปี่กระเป่า แต่ถ้ามากเกินไปก็ ทำให้ตับอ่อนต้องเร่ง ผลิตอินซูลินออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อย่อยสลายน้ำตาลส่วนเกิน แต่ถ้ามีการบริโภคน้ำตาลสูงมากเป็นประจำก็หมาย ความถึงการทำให้ตับอ่อนทำงานหนักและเสื่อม สภาพเร็วขึ้น จึงเป็นผลให้การผลิตอินซูลินลดลงและไม่เพียงพอต่อการทำปฏิกิริยากับน้ำตาล ที่มีปริมาณสูง จึงเป็นสาเหตุให้น้ำตาลตกค้างในกระแสโลหิตและสมสม ต่อเนื่องจนมีปริมาณมาก ทางการแพทย์เรียกว่า “เบาหวาน” ตับอ่อน เป็นแหล่งผลิตอินซูลินและเอ็นไซม์ที่ใช้ในการย่อยอาหารคือ เอนไซม์โปรติเอส เอนไซม์ไลเปส และเอนไซม์อะไมเลส โดยธรรมชาติ ร่างกายมีเอนไซม์อะไมเลสในปริมาณที่เหมาะสมในการย่อยสลายอาหารประเภทแป้ง และน้ำตาลผสม อยู่กับน้ำลาย เมื่ออายุมากขึ้น เอ็นไซม์อะไมเลสและเอนไซม์ไลเปส ก็จะลดลงจึงเป็นเหตุให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปมีปัญหาของการสะสมไขมันทั้งในชั้นผิว และใน กระแสเลือด

ร่างกายมนุษย์จะลดการผลิตเอ็นไซม์ย่อยอาหารลงหลังอายุ 25 ปี ด้วยสาเหตุมาจากพฤติกรรมการบริโภคของมนุษย์ ทำให้ตับอ่อน เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ เราจึงมักจะพบปัญหาร่างกายหลังอายุ 25 ปี เช่น น้ำหนักเพิ่มขึ้น กล้ามเนื้อไม่กระชับ อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ภูมิแพ้ กรด-ด่างในกระเพาะอาหาร ไม่สมดุล ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดปกติ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ข้ออักเสบ สมองเสื่อม อัมพฤต อัมพาต อัลไซเมอร์ มะเร็ง และอื่นๆ ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดมา จากสาเหตุเดียวคือ อวัยวะในร่างกายเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ หรือเรียกว่า “โรคความเสื่อมของร่างกาย” ถ้าเราทำความเข้าใจและรู้จักร่างกายเรามากขึ้นก็จะรู้ว่า อะไรคือสาเหตุทำให้อวัยวะในร่างกายเราเสื่อม

มีคำกล่าวไว้ว่า “อาหารคือยารักษาโรค” อาหารเป็นปัจจัยพื้นฐานของการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตทุกชีวิต สิ่งมีชีวิตต้องการอาหาร เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน มนุษย์เป็นสัตว์เซลล์เดียวที่เกิดจากการมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างตัวอัสสุจิกับรังไข่ และพัฒนาสร้างเป็นอวัยวะต่างๆ ประกอบขึ้นมาเป็นร่างกายมนุษย์ในระยะเวลา เก้าเดือน ด้วยต้นแบบพิมพ์เขียว ที่อยู่ในเซลล์ทั้งอัสสุจิและรังไข่นั่นคือ เซลล์ ดี เอ็น เอ
(D N A) แต่เซลล์ ดี เอ็น เอ จะสร้างอวัยวะด้วยการแบ่งตัวได้ก็ต้องมีพลังงาน ที่มาจากการเร่งทำปฏิกิริยาเคมีกับสารอาหารโดย “เอ็นไซม์” ถ้าไม่มีเอ็นไซม์เซลล์ ดี เอ็น เอ ก็ไม่มีพลังงานการแบ่งตัวก็ไม่เกิดขึ้นและไม่มีชีวิตใหม่เกิดขึ้นเช่นกัน

กระบวนการแรกของการดำรงอยู่ที่สมบูรณ์ของมนุษย์ที่ควรมีอายุยืนนานถึง 120 ปี นั้นเริ่มจากอาหารที่มีคุณภาพและมีเอ็นไซม์ในอาหาร(อาหารที่มีเอนไซม์คืออาหารสดและดิบ) เมื่อเรากินอาหารกระบวนการแรกคือย่อยอาหารจากการเคี้ยวและใช้น้ำลายที่มี เอ็นไซม์อะไมเลสผสมในอาหาร เพื่อเร่งการย่อยแป้งและน้ำตาลในขั้นตอนแรกจากนั้นอาหารก็เคลื่อนผ่านหลอดอาหารลงสู่กระเพาะ
อาหารส่วนต้นเพื่อพักอาหาร ที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่เกินร่างการจะใช้งานได้ด้วยการย่อย อาหารที่กินไปให้เล็กลงด้วยกรดในกระเพาะ อาหารประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นก็ถูกลำเรียงส่งต่อไปยังกระเพาะอาหารส่วนปลายเพื่อนำกายย่อยอีกครั้งให้โมเลกุล ของอาหารเล็กลงอีก (ถ้าอาหารที่มีคุณภาพและมีเอ็นไซม์ในอาหารประกอบอยู่จะทำให้กระบวนการย่อยอาหารเร็วขึ้น เพราะเอนไซม์ในอาหารจะย่อยอาหารที่เรา กินเข้าไป) เมื่ออาหารมีขนาดเล็กลงอีกกระดับก็จะถูกลำเรียงส่งต่อไปย่อยรอบสุดท้าย อาหารทั้งหมดก็จะไหลไปสู่ลำไส้เล็กและที่นี้เอง ที่อาหารจะถูกเปลี่ยนสภาพ ให้ กลายเป็นสารอาหารที่เซลล์นำไปใช้งานได้ โดยกระบวนการนี้ตับอ่อนจะผลิตเอ็นไซม์ย่อยอาหารมา พร้อมกับน้ำดี(ด่าง) เพื่อลดความเข้มข้นของกรดที่มาจากกระเพาะ อาหาร เอ็นไซม์ย่อยอาหารจะถูกผลิตขึ้นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ ประเภทของอาหารที่มีเอ็นไซม์ในอาหารหรือไม่ เอนไซม์ย่อยอาหารจะย่อยอาหารให้มีโลเลกุล ขนาดเล็กมากพอที่จะซึมผ่านผนังลำไส้ เล็กเข้าสู่หลอดเลือด เพื่อนำส่งไปเลี้ยงเซลล์อวัยวะ ส่วนอาหารที่เป็นโมเลกุลขนาดใหญ่และไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายก็จะถูกลำเรียงไป เก็บไว้ที่ลำไส้ใหญ่เพื่อรอการกำจัดออกจากร่างกายต่อไป

สารอาหารที่ได้จากการย่อยของเอนไซม์ย่อยอาหารจะเดินทางผ่านระบบขนส่งในร่างกาย คือหลอดเลือดหรือกระแสโลหิตผ่าน ไปยังอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย เอ็นไซม์กลุ่มเผาพลาญสารอาหารให้เป็นพลังงานหรือเมตาบอลิคเอ็นไซม์ (Metabolic Enzyme) ที่มีอยู่ในเซลล์ทุกๆเซลล์อวัยวะ จะมีหน้าที่เก็บสารอาหารที่มา ตามกระแสโลหิต มาไว้ทำปฏิกิริยาเคมีโดยเปลี่ยนสารอาหารให้เป็น พลังงานตามที่เซลล์ต้องใช้ในแต่ละวัน และในแต่ละวันก็จะมีเซลล์ที่แก่ลงที่เสื่อมสภาพและตายลง เซลล์ ดี เอ็น เอ ก็จะต้องแบ่ง ตัวเพื่อสร้างเซลล์รุ่นใหม่ทดแทนเซลล์รุ่นเก่าหมุนเวียนอย่างนี้เรื่อยไป ตราบเท่าได้รับสารอาหารที่ดีและมีคุณภาพอวัยวะต่างๆก็แข็งแรง เซลล์ผิดปกติก็ลดลงและถูกเซลล์เม็ดเลือดขาวกำจัดได้ง่าย เนื่องจากเมื่ออวัยวะทุกระบบในร่างกายแข็งแรง ระบบป้องกันภัยและ เตือนภัยก็แข็งแรง ส่งผลให้ผิวพรรณ ซึ่งเป็นเกราะห่อหุ้มร่างกายก็พลอยแข็งแรงไปด้วย คลอลาเจนซึงเป็นเยื้อโปรตีนบางๆที่มีหน้าที่ สร้างความตึงกระชับผิวก็ได้รับการซ่อมแซมอยู่ตลอดเวลา ผลก็คือคุณก็ ดูเป็นหนุ่มเป็นสาวยาวนานที่สุด ริ้วรอยเกิดช้าที่สุด และอายุ คุณก็ยืนนานได้นานทีสุด ที่สำคัญคุณก็จะห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ มีเงินเก็บและใช้เพื่อความสุขของ ชีวิตมากขึ้น เพราะไม่ต้องใช้ เงินเพื่อการรักษา

แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะเทคโนโลยีหรือความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไม่สูงมากเหมือนปัจจุบัน จึงทำให้มนุษย์ใช้ชีวิตแบบผิดๆ กินอาหารที่ปรุงสุกมาโดย ตลอด อาหารปรุงสุกเป็นอาหารที่ขาดเอ็นไซม์ในอาหารหรืออาหารที่ตายแล้ว เป็นต้นเหตุให้ตับอ่อนของเรา ต้องผลิตเอ็นไซม์เพื่อใช้ย่อยอาหารมากเกินความจำ เป็นตั้งแต่เกิด จากการวิจัยก็พบว่า “ตับอ่อนลดการผลิตเอ็นไซม์ย่อยอาหารลงหลัง
อายุ 25 ปี” แสดงให้เห็นว่าตับอ่อนเริ่มเสื่อม จึงเริ่มส่งผลให้เห็นจากอาหาร เริ่มย่อยช้าลง และเริ่มมีความเสื่อมของอวัยวะอื่นๆในร่างกาย
ตามมา เนื่องจากอวัยวะเหล่านั้นไม่ได้รับสารอาหารที่พอเพียงต่อการใช้งานเราจึงเห็นได้ว่า เมื่ออายุเริ่มมากขึ้นตั้งแต่หลัง 30 ปีขึ้นไปก็ จะเริ่มเห็นทางกายภาพคือ น้ำหนักเพิ่มขึ้นง่าย ทรวดทรงไม่สมดุล ผิวพรรณเริ่มมีปัญหาแห้งแกราน มีริ้วรอย ฝ้า กระ สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วน เป็นการบ่งชี้ให้เราเห็นว่า เอ็นไซม์ในร่างกายของเราเริ่มลดลง เอ็นไซม์สำคัญๆ ในร่างกายของเราก็คือ... อ่านต่อ>>

อ่านเรื่องเอนไซม์ต่อนะคะ>> 1 | 2 | 3

<กลับหน้าหลัก>

 
โปรไบโอติคเอนไซม์ ของ เอ็ม-ซายน์ และเอ็มซายน์ พลัส ช่วยปรับฟื้นคืนสุขภาพของคุณให้กลับมาเป็นปกติ แข็งแรง และอ่อนเยาว์ 
 
 
 
 

เมนูหลัก

ข่าว | กิจกรรม |บทความต่างๆ

ข้อมูลสาธารณะ

ลิงค์แนะนำเสริมความรู้

 
 

เพิ่มเพื่อน 

 

 
 
  Yahoo bot last visit powered by MyPagerank.Net   
 
 
   
 
 
 
© Copyright 2006-2018 by BRIGHT-BIOTIC :: Call :08-5132-8132, 09-1697-4373:: bright-biotic@windowslive.com