ข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัย ส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และพนักงาน ไบร์ท ไบโอติค
Home
เอ็ม-ซายน์ พลัส เสริมอาหารโปรดบโอติคเอนไซม์ เอนไซม์เสริมบำบัดสุขภาพ | แมคเฟรส : ที่รองแก้ว/ขวดน้ำดื่มพลังแม่เหล็ก น้ำพลังแม่เหล็กโมเลกุลเล็ก
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับเรา
facebook
 
 
ไบร์ท ไบโอติค
เสริมอาหารโปรไบโอติคเอ็นไซม์
ปรับคุณภาพน้ำดื่ม
สมุนไพรบำรุงและดูแลสุขภาพ
อะโรม่าบำบัด
brigh-biotic 10th
เอ็ม-ซายน์
น้ำพลังแม่เหล็ก
ไบร์ท พลัส
aloma products

 

เพิ่มเพื่อน

   ขอบคุณที่สั่งซื้อสินค้าและสนับสนุนสินค้าไทย :: สินค้าทั้งหมดภายในร้านนี้เป็นสินค้าที่ผลิตภายในประเทศไทย และมีบางผลิตภัณฑ์ของเราเป็นสินค้า ที่ส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศคือ สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น และเกาหลี ได้แก่ เอ็ม-ซายน์ พลัส ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโปรไบโอติคเอนไซม์ คุณจึงมั่นใจใน คุณภาพดีเยี่ยมเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศมานานกว่า 10 ปี ปลอดภัยด้วยการผลิตทางวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย เอ็ม-ซายน์ พลัส คือ ผลิตภัณฑ์เพื่อการบำบัด ฟื้นฟู และเสริมสร้างความแข็งแรง ของสุขภาพด้วยการใช้เอนไซม์ในการบำบัดตามหลักทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง

 
 

ร่างกายเราเสื่อมทุกวัน


oldman

เอนไซม์เสริม : ร่างกายเราเสื่อมทุกวัน

ทำไมเราจึงเป็นโรคความเสื่อม?

    โรคความเสื่อม คือโรคที่เกิดจากการทำงานผิดปกติของอวัยวะภายในร่างกาย อันเนื่องมาจากอวัยวะภายในร่างกายมีประสิทธิภาพใน
การทำงานลดลงที่มีสาเหตุสำคัญมาจาก...อวัยวะนั้นๆ ขาดสารอาหารที่จำเป็นในการใช้งาน

    อาหารไม่ย่อย, ท้องอืด, ท้องผูกเรื้อรัง, ท้องร่วง, ท้องเสาะ ท้องเสีย IBS, มีไขมันสะสมส่วนเกินและเซลลูไล้, อ่อนเพลีย อ่อนล้าเรื้อรัง,
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ, ไขมันสูงในเลือด, ไขมันพอกที่ตับสูง, ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง, กรดยูริกในเลือดสูงกว่าปกติ, ภูมิต้านทาน
ต่ำเป็นโรคง่าย, เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, ความดันโลหิตต่ำ, พาร์กินสัน, ไมเกรน, ภูมิแพ้ขั้นหอบหืด, เหน็บชา, อัมพฤกษ์, อัมพาต,
ตับอ่อนบวม, เก๊าต์, ไขข้ออักเสบ, อัลไซมเมอร์, สมองทำงานผิดปกติ, สมรรถภาพทางเพศลดลง, ช่องคลอดไม่กระชับและมีกลิ่น,
มดลูกไม่แข็งแรง, ตับอ่อนบวม, เป็นแผลหายช้า, มะเร็ง โรคเหล่านี้ล้วนเกิดจากความเสื่อมของอวัยวะภายในร่างกายไม่สามารถทำงาน
ได้ตามปกติ ทางการแพทย์เรียกว่า “โรคที่เกิดขึ้นจากตัวเองเป็นผู้กระทำ

ทำไมร่างกายเราเสื่อมลง?

    เอนไซม์ในร่างกายของเราเริ่มลดลงไม่เพียงพอต่อการใช้งานเพื่อเปลี่ยนอาหารให้เป็นสารอาหาร และเปลี่ยนสารอาหารให้เป็น
พลังงานที่เซลล์ต้องใช้งาน เอนไซม์เป็นส่วนสำคัญในการดำรงชีวิต เพราะเซลล์ไม่สารมารถที่จะนำอาหารที่เรากินเข้าไป ไปใช้
เพื่อสร้างเป็นพลังงานได้ เซลล์ในร่างกายจึงจะทำงานได้ แบ่งตัวสร้างเซลล์ใหม่เพื่อซ่อมแซมส่วนที่เสียหายได้ก็ต้องได้รับพลังงาน
ที่ได้จากการทำปฏิกิริยาเคมีของเอนไซม์เท่านั้น

    เซลล์ในร่างกายมีการตายลงทุกวัน เริ่มตั้งแต่ เซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีอายุเพียง 10 ชั่งโมง ถึง 2 วัน เซลล์ผิวหนังมีอายุ 28 วัน
เซลล์เม็ดเลือดแดงมีอายุเพียง 120 วัน และเซลล์อื่นๆอีกมากมาย ถ้าร่างกายไม่ผลิตเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนนั้นก็หมายความว่า
ร่างกายกำลังค่อยๆตายลงอย่างช้าๆ การที่เซลล์ ดี เอ็น เอ (D N A) ต้องแบ่งตัวและสร้างเซลล์ให้ทันการณ์เพื่อซ่อมแซมส่วนที่ตาย
ลงตลอดเวลาก็ด้วยสาเหตุนี้

เคยตั้งคำถาม? ถามตัวเราเองหรือเปล่าว่า เมื่อกาลเวลาผ่านไปทำไมผิวพรรณ รูปร่าง ของเราถึงเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนสมัยเมื่อตอน
อายุยังน้อย เคยเอารูปเก่าของตัวเองมาดูเปรียบเทียบทำไมเราถึงมีรูปร่าที่เปลี่ยนไป

• ทำไมเรามีน้ำหนักเพิ่มขึ้น?
• ทำไมเรามีไขมันสะสมที่หน้าท้อง แขน และต้นขามากขึ้น?
• ทำไมเราถึงควบคุมรูปร่างของเราไม่ได้?
• เราไมเราถึงมีริ้วรอย?
• ทำไมเราถึงเหี่ยวย่น?
• ทำไมเรากินอาหารแล้วถึงย่อยช้าและย่อยยากกว่าก่อน?
• ทำไมเราถึงเป็นโรคความดันโลหิตสูง?
• ทำไมเราถึงเป็นโรคเบาหวาน?
• ทำไมเราถึงเป็นโรคมะเร็ง?
• และอีกหลายๆทำไม?

   เพราะสาเหตุเหล่านี่นั้นมาจากสาเหตุเดียวที่เราไม่คิดที่จะค้นหา เพราะสังคมที่ปลูกฝังว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นมาจากเราแก่หรือร่างกายเรา
แก่ลงนั้นเป็นธรรมชาติ จริงอยู่ธรรมชาติจะค่อยเปลี่ยนทุกสรรพสิ่งตามกาลเวลา enzyme) ที่ผลิตจากตับอ่อนเริ่มผลิตลดลงเพราะความ
เสื่อม แต่ธรรมชาติก็มอบสิ่งที่ดีและสิ่งที่ช่วยชะลอให้ความแก่นั้นยืดยาวได้ด้วยเช่นกัน

    จากผลการศึกษาพบว่า เอนไซม์ย่อยอาหาร (Digestivมจากการใช้งานของมนุษย์ยุคปัจจุบันตั้งแต่หลังอายุ 25 ปีเป็นต้นไป สาเหตุที่
ตับอ่อนเริ่มเสื่อมสภาพมาจากการบริโภคอาหารที่ขาดเอนไซม์ในอาหาร (Food enzyme) หรือเรียกว่า “อาหารที่ตายแล้ว” (อาหารปรุงสุก)
เมื่ออาหารที่กินเข้าไปขาดเอนไซม์ที่จะย่อยตัวมันเองแล้ว จึงทำให้ตับอ่อนต้องผลิตเอนไซม์ย่อยอาหารจำนวนมากของทุกๆมื้ออาหาร
ตลอดระยะเวลาตั้งแต่เกิดถึง 25 ปี ซึ่งจากวัฒนธรรมปัจจุบันมนุษย์กินอาหารมากกว่า 3 มื้อ ไม่รวมช่วงของกินเล่นเป็นอาหารว่างซึ่งมีถึง
2 – 3 ครั้งต่อวัน และแน่นอนทุกๆครั้งที่เรากินอาหารเข้าไปในร่างกาย ตับอ่อนต้องผลิตเอนไซม์ย่อยอาหารออกมาย่อยอาหารเสมอ
เราทำร้ายตัวเอง เราทำให้ตับอ่อนที่มีความยาวประมาณ 14 เซนติเมตร หนัก 16 ออนซ์ ต้องเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควรจะเสื่อม

    จึงสังเกตได้ว่า เราป่วยเป็นโรคความเสื่อมหลังอายุ 25 ปีแล้วทั้งสิ้น เป็นเพราะเมื่อตับอ่อนเสื่อมสภาพลง เอนไซม์ย่อยอาหารก็ผลิต
ลดลงไม่เพียงพอกับอาหารที่เรายังคงกินเหมือนเดิมหรือมากกว่าเดิม การย่อยอาหารแต่ละมื้อก็ไม่สมบูรณ์จึงเป็นเหตุให้สมองต้องสั่งให้ดึง
เอนไซม์ที่สะสมไว้ เพื่อการเผาผลาญสารอาหารให้เป็นพลังงานคือ เมตาบอลิค เอนไซม์ (Metabolic Enzyme) มาใช้เพื่อการย่อยอาหาร
ในแต่ละมื้อที่เรากินเข้าไป

    เมตาบอลิคเอ็นไซม์ เป็นกลุ่มเอนไซม์ที่ใช้เพื่อการเผาผลาญสารอาหารเปลี่ยนให้เป็นพลังงานที่เซลล์สามารถใช้งานได้เพื่อการบำรุง
ซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย และตายลงตามกาลเวลา เอนไซม์กลุ่มนี้เป็นเอนไซม์ที่ผลิตขึ้นอย่างพอเหมาะพอดีกับการใช้งานเท่านั้นและ
ร่างกายไม่สามารถผลิตเพิ่มได้
เมื่อตับอ่อนผลิตเอนไซม์ย่อยอาหารได้น้อยลงและไม่เพียงพอกับการใช้งาน จึงเป็นเหตุผลที่ต้องดึง
เมตาบอลิคเอ็นไซม
มาช่วยเหลือในการย่อยอาหาร

เพราะอะไรที่ต้องดึงเมตาบอลิคเอ็นไซม์มาใช้ทั้งที่เอนไซม์กลุ่มนี้มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต?

    คำตอบก็คือ กฎธรรมชาติเพื่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกใบนี้ต้องใช้พลังงานและพลังงานก็มาจากอาหาร
เพียงแหล่งเดียวเท่านั้น ดังนั้นกฎของร่างกายมนุษย์ก็มีเช่นกัน คือ เมื่อมีอาหารเข้าสู่ร่างกาย จะต้องทำการย่อยสลายให้เป็นสารอาหาร
ก่อนเสมอ เราจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ในเมื่อตับอ่อนเสื่อม และผลิตเอนไซม์ย่อยอาหาร (Digestive enzyme) ลดลงและไม่เพียงพอกับการ
ย่อยอาหารในแต่ละมื้อ สมองจึงต้องสั่งให้ดึงเอนไซม์ที่สำคัญที่สุดในร่างกายและมีจำกัดไปช่วยในการย่อยอาหาร และนี่คือสาเหตุที่
ร่างกายเราเริ่มเสื่อมลงเป็นเพราะ เมื่อสารอาหารเข้าสู่ระบบกระแสโลหิต เมตาบอลิคเอ็นไซม์ที่มีอยู่แต่ละเซลล์แต่ละอวัยวะมีหน้าที่ค่อย
ดักจับสารอาหารที่เซลล์นั้นๆ ต้องใช้และนำมาทำปฏิกิริยาเคมีเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานป้อนให้เซลล์ลดลง หรือไม่เพียงพอต่อการใช้งาน
เนื่องจากเมตาบอลิคเอ็นไซม์มีจำนวนลดลงนั่นเอง เซลล์และอวัยวะต่างๆเมื่อได้รับสารอาหารไม่เพียงพอก็อ่อนแอลง ประสิทธิภาพใน
การปกป้องตัวเองก็ลดลง ประสิทธิภาพในการทำหน้าที่ของตัวเองก็ลดลง จึงเกิดการขาดความสมดุลของระบบในร่างกายทำงาน
อย่างไม่สอดประสาน และเมื่อเซลล์และอวัยวะต่างๆ ในร่างกายเริ่มอ่อนแอเรื้อรังนานมากขึ้นก็แสดงออกในรูปขาดการควบคุมหรือผิด
เพียน เช่น เมื่อมีน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายตับอ่อนที่เริ่มเสื่อมสภาพก็จะหลั่งอินซูลินออกมาเพื่อย่อยสลายน้ำตาล แต่อินซูลินที่ผลิตออกมา
มันน้อยเกินไปกับปริมาณน้ำตาลจึงทำให้น้ำตาลหลงเหลือเป็นส่วนเกินในกระแสเลือดนานมากขึ้นก็สะสมจนมีน้ำตาลมากเกินที่ร่างกาย
จะรับได้ ทางการแพทย์เรียกว่า “เบาหวาน” เป็นต้น

    เมื่อร่างกายเราเริ่มเสื่อม ก็จะเริ่มส่งสัญญาณให้เรารู้อย่างง่ายๆเช่น กินอาหารแล้วย่อยอาหารนานขึ้น (ปกติเราใช้เวลาย่อยอาหารประมาณ
30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง) ประสิทธิภาพในการย่อยอาหารลดลง ท้องอืดแน่น ท้องเฟ้อ เรอหลังอาหาร ภาวะกรดกับต่างไม่สมดุล ระบบขับถ่าย
เริ่มไม่ปกติ ท้องผูกเป็นครั้งคร่าว นานวันขึ้นก็เรื้อรัง อุจจาระมีกลิ่นเหม็น ร่างกายเริ่มมีการสะสมของไขมันควบคุมน้ำหนักไม่ได้ เมื่อสะสม
ไขมันนานขึ้นไขมันก็จับกับสารพิษ (Toxin) ในร่างกายที่ร่างกายดึงมาจากลำไส้ใหญ่และส่วนอื่นๆ ก็ให้เกิดเซลลูไล้ในบริเวณท้องแขน
ต้นขา ท้อง และส่วนอื่นอื่นๆตามร่างกาย นี้คือสัญญาณเบื้องต้นในคนปกติที่ค่อนข้างแข็งแรงและไม่มีโรคทางพันธุกรรม แล้วเราคือสังเกต
เรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน! หรือปล่อยปะละเลยไม่สนใจ! จนในที่สุดร่างกายก็เข้าสู่สภาวะความเสื่อมของร่างกาย ที่ขยายวงกว้างมากขึ้นไปทั่ว
ร่างกายมารู้ตัวอีกก็อยู่ในสภาวะเกิดโรคความเสื่อมของร่างกาย (สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่อง เอนไซม์ในร่างกายลดลงการเกิดโรค)
ที่คนจำนวนมากต้องพึงพายาแผนปัจจุบันและเข้าพบแพทย์เพื่อการรักษา แล้วเมื่อถึงเวลาที่ต้องรักษาชีวิตตัวเองเป็นเพราะสมองสั่งว่า
จะต้องทำให้ชีวิตรอดพ้นจากความตาย (กฎของธรรมชาติเพื่อการดำรงอยู่และการมีชีวิต) เงินที่หามาได้จะมากไรก็ตามก็ต้องเริ่มหมดกับ
การรักษาที่เป็นเพียงแค่พยุงให้ร่างกายอยู่ได้ โดยต้องกินยาควบคุมไปตลอดชีวิต ถูกจำกัดกิจกรรมบางอย่างของชีวิตลง ถูกจำกัดอาหารที่
เคยกินอย่างเอร็ดอร่อยมาเมื่อก่อนหน้า และโรคความเสื่อมไม่มียาในโลกนี้รักษาให้หายขาดได้ มีเพียงอย่างเดียวที่จะรักษาอาการของ
โรคความเสื่อมร่างกายนี้ได้นั่นคือ “เซลล์ในร่างกายเอง” และเซลล์ในร่างกายจะรักษา บำรุง ซ่อมแซม ฟื้นฟู ตัวเองได้ก็ต้องใช้พลังงาน
และพลังงานก็ต้องได้มาจากสารอาหาร และสารอาหารก็ได้มาจากอาหารที่เราบริโภคเข้าไป โดยกระบวนการทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนต้องพึง
พา “เอนไซม์” ด้วยกันทั้งสิ้น

แล้วคุณละ! ยังทำร้ายตัวเองอยู่หรือเปล่า?
แล้วคุณละ! ยังปริโภคอาหารที่ขาดเอนไซม์อยู่หรือเปล่า?
แล้วคุณละ! เคยเติมเอนไซม์ให้ร่างกายของตัวเองบางหรือเปล่า?
***เอ็ม-ซายน์ (M-SIGN) คือ คำตอบในการเติม “เอนไซม์” ให้ร่างกายของคุณ***

Dr. Dick Couey ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโภชนาการและวิทยาศาสตร์สุขภาพจากมหาวิทยาลัยแพทย์ Baylor
เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในงานวิจัยด้านโภชนาการและสุขภาพ และเขียนตำราทางวิชาการด้านนี้ไว้ถึง 13 เล่ม


บทความเอนไซม์แนะนำ : ที่อ่านแล้วจะเข้าใจเรื่องเอนไซม์มากขึ้นว่า “เอนไซม์สำคัญต่อชีวิตเราจริง”

• เอนไซม์กับสุขภาพ
ภัยเงียบที่ทำให้มนุษย์เสียชีวิตมากที่สุด
เอนไซม์ คือ ชีวิต
บำบัดด้วยเอนไซม์นานเท่าไรถึงเห็นผล?
ผู้เชี่ยวชาญ เอนไซม์บำบัด Dr. Dick Couey
เอนไซม์ สำคัญกับชีวิต
เหตุผลสำคัญที่จำเป็นต้องกินเอนไซม์เสริม
เอนไซม์บำบัดอย่างเป็นระบบ
เด็กสามารถกินเอนไซม์เสริมได้หรือไม่?
เอนไซม์เสริม คืออะไร?

เอนไซม์ กับโรคที่คุณสร้างขึ้นมาเอง (เราชี้แจงโรคที่เอนไซม์บำบัดเพียงบางส่วน สอบถามปรึกษาได้ที่ <ติดต่อเรา>)
o เอนไซม์ ลดลง ทำให้เกิดโรค
o เอนไซม์ ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็ง
o เอนไซม์ ช่วยลดน้ำตาลเกินสมดุลในระบบเลือด (เบาหวาน)
o เอนไซม์ ช่วยลดไขมันและคลอเลสเตอรอลในระบบเลือด
o เอนไซม์ กับ การบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทน
o เอนไซม์ ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
o เอนไซม์ สามารถรักษาโรคภูมิแพ้ของผมได้หรือไม่?
o เอนไซม์ สามารถรักษามะเร็งเม็ดเลือดได้หรือไม่?
o เอนไซม์ สามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจได้หรือไม่?
o เอนไซม์ ในอาหารสามารถทำให้เราต้านทานต่อโรคได้หรือไม่ ?
o เอนไซม์ สามารถช่วยรักษาอาการไมเกรน, นอนไม่หลับ และโรคสะเก็ดดาวเงิน ได้หรือไม่?
o เอนไซม์ กับ ถุงน้ำด
o เอนไซม์ มีผลต่อลำไส้ใหญ่อย่างไร ?
o เอนไซม์ มีผลต่อระบบต่อมไร้ท่อของร่างกายอย่างไร ?

เอนไซม์ กับ ผิวพรรณและควบคุมน้ำหนัก
o เอนไซม์ ทำให้ผิวพรรณอ่อนเยาว์ตลอดไป
o เอนไซม์ สามารถควบคุมน้ำหนักได้หรือไม่ ?

เอนไซม์ กับ ชะลอความแก่
o เอนไซม์ ช่วยให้อายุยืนยาว
o เอนไซม์ ช่วยให้สุขภาพดีจากภายใน
o เอนไซม์ ผู้กำจัดอนุมูลอิสระ

<กลับหน้าหลัก>

 
โปรไบโอติคเอนไซม์ ของ เอ็ม-ซายน์ และเอ็มซายน์ พลัส ช่วยปรับฟื้นคืนสุขภาพของคุณให้กลับมาเป็นปกติ แข็งแรง และอ่อนเยาว์ 
 
 
 
 

เมนูหลัก

ข่าว | กิจกรรม |บทความต่างๆ

ข้อมูลสาธารณะ

ลิงค์แนะนำเสริมความรู้

 
 

เพิ่มเพื่อน 

 

 
 
  Yahoo bot last visit powered by MyPagerank.Net   
 
 
   
 
 
 
© Copyright 2006-2016 by BRIGHT-BIOTIC :: Call :08-5132-8132, 09-1697-4373:: info@bright-biotic.com